top of page
ธุรกิจวัสดุก่อสร้างควรทำการตลาดแบบไหน.png

        ธุรกิจวัสดุก่อสร้างควรทำการตลาดแบบไหนเป็ดดำจะเล่าให้ฟัง การตลาดสำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้างในยุคปัจจุบันต้องเป็นการผสมผสานกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งแบบดั้งเดิม (Offline) และแบบดิจิทัล (Online) เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้ารายย่อยที่สร้างหรือซ่อมแซมบ้านเอง และกลุ่มผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการ เป็ดขอแบ่งกลยุทธ์การตลาดออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ดังนี้ครับ

ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Understand Your Customer).png

ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Understand Your Customer)

ก่อนจะเริ่มทำการตลาด ต้องระบุให้ชัดเจนว่าลูกค้าหลักของคุณคือใคร เพราะแต่ละกลุ่มมีความต้องการและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

 

กลุ่ม B2C (Business-to-Consumer) - ลูกค้ารายย่อย:

 

ใคร: เจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้านใหม่, ต่อเติม, หรือซ่อมแซม, รวมถึงกลุ่มคนรักงาน DIY

 

ต้องการอะไร: คำแนะนำที่ดี, สินค้าแบ่งขายในปริมาณไม่มาก, ราคาที่สมเหตุสมผล, ความสะดวกสบายในการซื้อและจัดส่ง, โปรโมชั่นลดแลกแจกแถม

 

ช่องทางเข้าถึง: Social Media (Facebook, LINE), Google Search, การบอกต่อ, โปรโมชั่นหน้าร้าน

 

กลุ่ม B2B (Business-to-Business) - ผู้รับเหมา, โครงการ, สถาปนิก:

 

ใคร: ผู้รับเหมา, ช่าง, บริษัทรับสร้างบ้าน, โครงการหมู่บ้านจัดสรร, หน่วยงานราชการ, สถาปนิกและนักออกแบบ

 

ต้องการอะไร: ราคาพิเศษสำหรับคู่ค้า (ราคาส่ง), เครดิตเทอม (Credit Term), การจัดส่งที่ตรงต่อเวลาและเชื่อถือได้, คุณภาพสินค้าที่สม่ำเสมอ, ความสัมพันธ์ที่ดีกับเซลล์, สเปคสินค้าที่ชัดเจน

 

ช่องทางเข้าถึง: ทีมเซลล์ที่วิ่งเข้าหาหน้างานโดยตรง, การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว, การให้ราคาพิเศษ, การเข้าร่วมประมูลงาน

ขั้นตอนที่ 2: เลือกกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม

เมื่อรู้จักลูกค้าแล้ว ให้เลือกใช้กลยุทธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสานกัน

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์.png

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ (Online Marketing)

เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพราะช่วยสร้างการรับรู้และเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง

 

สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Must-Have Online Presence):

 

Google Business Profile (ปักหมุดบน Google Maps): สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรก เมื่อมีคนค้นหา "ร้านวัสดุก่อสร้างใกล้ฉัน" ร้านของคุณต้องปรากฏขึ้นมา พร้อมข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทร เวลาเปิด-ปิด และรีวิวที่ดี

 

เว็บไซต์ (Website): เป็นเหมือนสำนักงานใหญ่บนโลกออนไลน์ ควรมีข้อมูลสินค้า, แค็ตตาล็อก, โปรโมชั่น, และช่องทางติดต่อที่ชัดเจน

 

Facebook Page: ใช้สร้างชุมชน, โปรโมทสินค้า, โชว์ผลงานของลูกค้าที่ใช้วัสดุจากร้าน (Before & After), ยิงแอดโฆษณาหาลูกค้าในพื้นที่ (Location-Based Ads)

 

LINE Official Account (LINE OA): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจในไทย ใช้สำหรับสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง, ส่งโปรโมชั่น, แจ้งราคา, ปิดการขาย และบริการหลังการขาย

 

การสร้างคอนเทนต์ (Content Marketing):

 

ให้ความรู้: ทำวิดีโอสั้นๆ หรือบทความแนะนำวิธีการใช้งานสินค้า เช่น "วิธีผสมปูนสำหรับงานฉาบ", "การเลือกสีทาบ้านให้เหมาะกับห้อง", "5 เครื่องมือที่ช่างมือใหม่ต้องมี"

 

โชว์เคส: ถ่ายรูปหรือวิดีโอรีวิวจากลูกค้า, ภาพโครงการที่ใช้วัสดุจากร้านของคุณ

 

โปรโมชั่น: สร้างโพสต์โปรโมชั่นที่น่าสนใจ เช่น ลดราคาสินค้าประจำสัปดาห์, ซื้อสินค้า A แถม B

 

การโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising):

 

Facebook Ads: สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เช่น เลือกกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรรอบร้าน และมีความสนใจเรื่อง "การปรับปรุงบ้าน"

 

Google Ads: เมื่อมีคนค้นหาคีย์เวิร์ดสำคัญ เช่น "ร้านขายเหล็กเส้น บุรีรัมย์" หรือ "ราคาอิฐมวลเบา" โฆษณาของร้านคุณจะแสดงเป็นอันดับต้นๆ

ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ในพื้นที่.png

กลยุทธ์การตลาดออฟไลน์ (Offline Marketing)

ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ในพื้นที่

 

หน้าร้านคือหัวใจ (Storefront Experience):

 

การจัดร้าน: ร้านต้องสะอาด, จัดวางสินค้าเป็นระเบียบ, ค้นหาง่าย, มีป้ายบอกหมวดหมู่และราคาชัดเจน

 

พนักงาน: พนักงานมีความรู้ สามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ มีใจบริการ (Service Mind)

 

ป้ายหน้าร้าน: ป้ายร้านและป้ายโปรโมชั่นต้องโดดเด่น เห็นได้ชัดเจนจากถนน

 

ทีมขาย (Sales Team):

 

สำหรับลูกค้า B2B การมีทีมเซลล์ "วิ่งหน้างาน" เพื่อเข้าไปแนะนำสินค้า, เสนอราคา, และสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับเหมาตามไซต์ก่อสร้างต่างๆ เป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีที่สุด

 

การตลาดในพื้นที่ (Local Marketing):

 

ป้ายโฆษณา (Banner): ติดป้ายตามไซต์งานก่อสร้างของลูกค้า (โดยขออนุญาต) หรือตามจุดสำคัญในชุมชน

 

สื่อท้องถิ่น: ลงโฆษณาในวิทยุชุมชน หรือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

 

สร้างพันธมิตร: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับเหมา, ช่าง, สถาปนิกในพื้นที่ อาจมีโปรแกรมแนะนำลูกค้า (Referral Program) ให้ค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการแนะนำลูกค้ารายใหม่มาให้

 

โปรโมชั่นและกิจกรรมหน้าร้าน:

 

จัดโปรโมชั่นลดราคา, ของแถม, หรือกิจกรรมคืนกำไรให้ลูกค้าในวันสำคัญต่างๆ

 

มีโปรแกรมสะสมแต้มสำหรับลูกค้าประจำทั้งรายย่อยและช่าง

ตัวอย่างแผนการตลาดสำหรับร้านวัสดุก่อสร้าง

ชื่อร้าน (สมมติ): "โชคทวีวัสดุก่อสร้าง"

 

เป้าหมาย: เพิ่มยอดขายจากลูกค้ารายย่อย 15% และเพิ่มบัญชีผู้รับเหมารายใหม่ 10 รายใน 6 เดือน

 

แผนปฏิบัติการ:

 

เดือนที่ 1-2 (สร้างพื้นฐาน):

 

Online: สมัครและตั้งค่า Google Business Profile ให้สมบูรณ์, สร้าง LINE OA และโปรโมทให้ลูกค้าแอด, ปรับปรุง Facebook Page ให้ทันสมัย

 

Offline: จัดร้านใหม่ให้สะอาดและน่าเดิน, ติดป้ายโปรโมชั่นให้เด่นชัด, อบรมพนักงานเรื่องสินค้าและการบริการ

 

เดือนที่ 3-4 (เริ่มรุกตลาด):

 

Online: เริ่มยิงแอด Facebook ไปยังคนในพื้นที่, โพสต์คอนเทนต์ให้ความรู้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง, ส่งโปรโมชั่นผ่าน LINE OA ทุกสัปดาห์

 

Offline: ให้เซลล์เริ่มวิ่งเข้าหาไซต์ก่อสร้างใหม่ๆ ในพื้นที่เพื่อเสนอราคาและสร้างสัมพันธ์, ทำโปรโมชั่น "ซื้อครบ 10,000 บาท รับคูปองส่วนลด 200 บาท"

 

เดือนที่ 5-6 (วัดผลและต่อยอด):

 

Online: วิเคราะห์ข้อมูลจาก Facebook Ads ว่าแบบไหนได้ผลดี, ขอให้ลูกค้าช่วยรีวิวบน Google

 

Offline: สอบถามลูกค้าใหม่ว่ารู้จักร้านจากช่องทางไหน, จัดทำระบบสมาชิกสำหรับผู้รับเหมาเพื่อมอบส่วนลดพิเศษ

 

สรุป: หัวใจสำคัญของการตลาดธุรกิจวัสดุก่อสร้างคือ การผสมผสาน ระหว่างการสร้างตัวตนออนไลน์ให้คนค้นหาเจอได้ง่าย และการรักษาคุณภาพของบริการและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่หน้าร้านและหน้างานไปพร้อมๆ กันครับ

  • โทร
  • Line
  • Facebook
  • TikTok
  • YouTube
ขอรับแผนการตลาดเบื้องต้น

PEDDUM MARKETING ONLINE CO.,LTD

รับดูแลการตลาดออนไลน์

บริษัท เป็ดดำ มาร์เก็ตติ้ง ออนไลน์ จำกัด ( สำนักงานใหญ่ )

90 หมู่ที่ 9 ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 31140

โทร: 090-2368811

อีเมลล์: peddummarketing@gmail.com

เวลาทำการปกติ

อังคาร-อาทิตย์  10.00 - 19.00 น.

หยุดทำการทุก วันจันทร์

ติดต่อเรา

รับดูแลการตลาดออนไลน์
bottom of page