top of page
การปรับตัวออฟไลน์สู่ออนไลน์.png

        ร้านค้าออฟไลน์จะปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เป็ดดำจะเล่าให้ฟัง การปรับตัวจากออฟไลน์สู่ออนไลน์เป็นก้าวที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น การเปลี่ยนผ่านนี้เปรียบเสมือนการ "เปิดหน้าร้านสาขาที่ 2 บนโลกออนไลน์" ซึ่งต้องมีการวางแผนที่ดี โดยแบ่งการเตรียมตัวออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ครับ

ขั้นตอนที่ 1- ตั้งหลักและวางแผน (Strategy & Planning).png

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งหลักและวางแผน (Strategy & Planning)

ก่อนจะกระโดดลงไปทำ ต้องตอบคำถามสำคัญเหล่านี้ให้ได้ก่อน เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้มีทิศทางที่ชัดเจน

 

กำหนดเป้าหมาย: คุณอยากเข้าสู่ออนไลน์ "เพื่ออะไร"?

- เพื่อเพิ่มยอดขายโดยรวม?

- เพื่อระบายสต็อกสินค้า?

- เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ให้คนรู้จักร้านมากขึ้น?

- เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ?

 

เลือกสินค้าที่จะขาย: ไม่จำเป็นต้องนำสินค้า "ทุกชิ้น" ในร้านมาขายออนไลน์ทันที

 

เริ่มต้นจาก: สินค้าขายดี (Hero Product), สินค้าที่จัดส่งง่าย, สินค้าที่มีกำไรดี หรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดออนไลน์

 

รู้จักลูกค้าออนไลน์: ลูกค้าบนโลกออนไลน์อาจมีพฤติกรรมแตกต่างจากลูกค้าที่เดินเข้ามาหน้าร้าน

 

ตั้งคำถาม: ลูกค้าของเราใช้แพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก (Facebook, Instagram, TikTok, Shopee/Lazada)? พวกเขาสนใจคอนเทนต์แบบไหน? อะไรคือปัจจัยในการตัดสินใจซื้อของพวกเขา?

เลือก _ทำเล_ บนโลกออนไลน์ (Choosing Online Channels).png

ขั้นตอนที่ 2: เลือก "ทำเล" บนโลกออนไลน์ (Choosing Online Channels)

เหมือนการเลือกทำเลหน้าร้าน คุณต้องเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับสินค้าและลูกค้าของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน เลือก 1-2 ช่องทางที่คิดว่าใช่ที่สุดก่อน

 

Social Media Commerce (เหมาะสำหรับสร้างแบรนด์และพูดคุยกับลูกค้า):

 

Facebook Page/Marketplace: เหมาะกับสินค้าหลากหลายประเภท เข้าถึงคนได้วงกว้าง มีระบบจัดการร้านค้าเบื้องต้น

 

Instagram: เหมาะกับสินค้าที่เน้นภาพลักษณ์สวยงาม เช่น แฟชั่น, ของแต่งบ้าน, อาหาร

 

TikTok Shop: เหมาะกับสินค้าที่สร้างกระแสได้ดี เน้นการขายผ่านวิดีโอสั้นที่สนุกสนาน เข้าถึง Gen Z และ Millennials ได้ดี

 

LINE OA (Official Account): เหมาะกับการรักษาลูกค้าเก่า ใช้ส่งโปรโมชัน และปิดการขายแบบส่วนตัว

 

E-Marketplace (เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่และมีระบบพร้อมใช้):

 

Shopee/Lazada: เหมือนการเปิดร้านในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีคนเข้าชมเยอะอยู่แล้ว มีระบบชำระเงินและจัดส่งรองรับ แต่ก็มีการแข่งขันสูงและมีค่าธรรมเนียม

 

Website ของตัวเอง (เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังและควบคุมทุกอย่างเอง):

 

ข้อดี: ควบคุมประสบการณ์ลูกค้าได้ 100%, ไม่มีค่าธรรมเนียมการขาย, เป็นทรัพย์สินของแบรนด์ในระยะยาว

 

ข้อควรรู้: มีต้นทุนในการสร้างและต้องทำการตลาดเพื่อดึงคนเข้าเว็บเอง

ขั้นตอนที่ 3- เตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อม (Operations & Logistics).png

ขั้นตอนที่ 3: เตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อม (Operations & Logistics)

นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

 

การจัดการสต็อกสินค้า (Inventory Management):

 

คำถามสำคัญ: จะแยกสต็อกระหว่างหน้าร้านกับออนไลน์ หรือใช้สต็อกร่วมกัน?

 

วิธีแก้: ในช่วงแรกอาจเริ่มจากการ "แบ่งสต็อก" ออกมาชัดเจนสำหรับออนไลน์ เมื่อเริ่มคล่องแล้วค่อยมองหาระบบจัดการสต็อก (POS - Point of Sale) ที่สามารถเชื่อมต่อสต็อกทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันได้

 

การถ่ายภาพและจัดทำข้อมูลสินค้า:

 

รูปภาพและวิดีโอคือ "พนักงานขาย" บนโลกออนไลน์ ต้องคมชัด สวยงาม แสดงให้เห็นรายละเอียดของสินค้าจากหลายๆ มุม พร้อมข้อมูลสินค้า (ชื่อ, รายละเอียด, ขนาด, ราคา) ที่ชัดเจนและครบถ้วน

 

ระบบการชำระเงิน (Payment):

 

เตรียมช่องทางการรับเงินให้พร้อม เช่น บัญชีธนาคารสำหรับโอนเงิน, QR Code, หรือสมัครบริการ Payment Gateway เพื่อรับบัตรเครดิต

 

การแพ็กและการจัดส่ง (Packing & Delivery):

 

เตรียมอุปกรณ์: กล่องพัสดุ, เทปกาว, บับเบิ้ลกันกระแทก

 

เลือกขนส่ง: ศึกษาและเลือกบริษัทขนส่งที่ไว้ใจได้ ค่าบริการเหมาะสม และสะดวกต่อการไปส่งหรือมีบริการเข้ารับสินค้า

การตลาดและการโปรโมต.png

ขั้นตอนที่ 4: การตลาดและการโปรโมต (Marketing & Promotion)

เปิดร้านแล้วต้องทำให้คนรู้จัก! การตลาดออนไลน์แตกต่างจากการตั้งร้านรอคนเดินผ่าน

 

สร้างคอนเทนต์: ไม่ใช่แค่โพสต์ขายของ แต่ต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์หรือน่าสนใจ เช่น วิดีโอรีวิวสินค้า, บทความให้ความรู้, จัด Live สดพูดคุยกับลูกค้า

 

ทำโปรโมชันเปิดร้าน: สร้างโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มแรก เช่น ส่วนลดพิเศษ, ส่งฟรี, ของแถม

 

เรียนรู้การยิงแอด (Paid Advertising): การซื้อโฆษณาบน Facebook, Instagram, หรือ TikTok เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

 

ใช้หน้าร้านออฟไลน์ให้เป็นประโยชน์: ติดป้ายประกาศที่หน้าร้านเพื่อแจ้งให้ลูกค้าประจำทราบว่า "ตอนนี้เรามีขายออนไลน์แล้วนะ!" พร้อมบอกช่องทางการติดตามและอาจมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าหน้าร้านที่ไปซื้อออนไลน์ครั้งแรก

เตรียมทีมและวัดผล .png

ขั้นตอนที่ 5: เตรียมทีมและวัดผล (Team & Measurement)

จัดสรรหน้าที่: ใครคือคนรับผิดชอบตอบแชทลูกค้า? ใครแพ็กของ? ใครทำคอนเทนต์? ต้องมีการแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน

 

เตรียมพร้อมเรื่องการบริการลูกค้า (Customer Service): การตอบแชทที่รวดเร็วและสุภาพคือหัวใจสำคัญของการขายออนไลน์

 

ติดตามและวัดผล: เรียนรู้การดูข้อมูลหลังบ้านของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น สินค้าชิ้นไหนคนดูเยอะ, โพสต์แบบไหนคนชอบ, ยอดขายมาจากช่องทางไหนมากที่สุด เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ต่อไป

 

การปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์อาจดูมีหลายขั้นตอน แต่ขอเพียงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ถนัดและค่อยๆ เรียนรู้ คุณก็จะสามารถขยายธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างแน่นอนครับ

  • โทร
  • Line
  • Facebook
  • TikTok
  • YouTube
ขอรับแผนการตลาดเบื้องต้น

PEDDUM MARKETING ONLINE CO.,LTD

รับดูแลการตลาดออนไลน์

บริษัท เป็ดดำ มาร์เก็ตติ้ง ออนไลน์ จำกัด ( สำนักงานใหญ่ )

90 หมู่ที่ 9 ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 31140

โทร: 090-2368811

อีเมลล์: peddummarketing@gmail.com

เวลาทำการปกติ

อังคาร-อาทิตย์  10.00 - 19.00 น.

หยุดทำการทุก วันจันทร์

ติดต่อเรา

รับดูแลการตลาดออนไลน์
bottom of page